ครั้งที่ 8
วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558
เวลาเรียน 12.20 - 15.00 น.
ช่วงวันสอบกลางภาค
23 ก.พ. 2558 ถึง 1 มี.ค. 2558
แฟ้มสะสมผลงาน : วิชาการจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557
นักศึกษาจัดเซอร์ไพร์วันเกิดให้กับอาจารย์ตฤณซึ่งอันเป็นที่รัก ที่เคารพ นับถือของนักศึกษาทุกคน โดยมีกิจกรรมการแสดงของนักศึกษาซึ่งอาจารย์ได้ขอมา ว่าอยากดูนักศึกษาเต้น "เพลงสาวเลยยังรอ" ของสาวเย้ เจติยา
- แจกกระดาษ A 4 ให้กับนักศึกษาคนละ 1 แผ่น
- แจกถุงมือคนละ 1 ข้าง ให้กับนักศึกษาขั้นตอนการปฏิบัติ
- ให้นักศึกษาใส่ถุงมือ โดยใส่ข้างที่ไม่ถนัด
- วาดรูปมือตนเองข้างที่ใส่ถุงมือ โดยวาดให้เหมือนที่สุด
![]() |
| วาดโดยใส่ถุงมือ |
- ถอดถุงมือออก แล้ววาดรูปมือของเรา ให้เหมือนที่สุด
![]() |
| ภาพที่ใส่ถุงมือ กับ ภาพที่ไม่ใส่ถุงมือ |
การสอนเด็กพิเศษและเด็กปกติทักษะของครูและทัศนคติ
- เด็กพิเศษเป็นส่วนรวมกับเพื่อนในห้อง
- ปรับทัศนคติของตนเอง
- ครูเมื่อรู้ว่ามีเด็กพิเศษจะต้องไม่กังวลหรือเครียดในการสอนการฝึกเพิ่มเติม
- การอบรมในระยะสั้น เพื่อเป็นการเสริมความมั่นใจให้กับครูผู้สอน ว่าควรปฏิบัติตนอย่างไรกับเด็กพิเศษการเข้าใจภาวะปกติ
- เด็กคล้ายคลึงกันมากกว่าแตกต่าง โดยเฉพาะในเรื่องพัฒนาการ
- ครูต้องเรียนรู้,มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กปกติและเด็กพิเศษ เช่น การพูดคุย การทักทาย เข้าไปเล่นกับเด็กเมื่อเด็กต้องการความช่วยเหลือ
- รู้จักเด็กแต่ละคน เป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าเรารู้จักชื่อจริงและชื่อเล่นของเด็ก เด็กจะเชื่อใจ ให้ความไว้ใจ ครูต้องใส่ใจเด็กทุกๆคน
- มองเด็กให้เป็น "เด็ก"การคัดแยกเด็กที่มีพัฒนาการช้า
- การเข้าใจพัฒนาการเด็กจะช่วยให้ครูสามารถมองเห็นความแตกต่างของเด็กแต่ละคนได้ง่าย
- ครูต้องคอยสังเกตอาการเด็ก พฤติกรรมของเด็ก
- เมื่อรู้อาการของเด็ก ไม่ควรนำไปเล่ากับใคร เล่าได้เฉพาะด้านที่ดีของเด็ก เพื่อให้เขาได้จดจำภาพลักษณ์ที่ดีความพร้อมของเด็ก
- วุฒิภาวะ
- แรงจูงใจ
- โอกาสการสอนโดยบังเอิญ
- ช่วงเวลาที่เด็กเข้าหาหรือช่วงเวลาที่เด็กมีปัญหา
- เด็กเข้าหาครูมากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสในการสอนมากขึ้นเท่านั้น
- ครูต้องพร้อมที่จะพบเด็ก
- ครูต้องมีความสนใจเเด็ก
- ครูต้องใช้เวลาคนเด็ก 1 คนไม่นาน เพราะเด็กที่เหลือจะไม่สนใจอุปกรณ์
- มีลักษณะง่ายๆ
- สื่อที่ดี ต้องมีวิธีการเล่นที่ไม่ตายตัว ได้แก่ ตัวต่อ บล็อค แป้งโดว์ โลโก้ เป็นต้น เล่นง่ายๆ ใช้จริงได้เยอะ นำไปบูรณาการกับวิชาอื่นๆได้
- อย่าแบ่งแยกเพศ เช่น เด็กผู้ชายเป็น จรวด หุ่นยนต์ ดาบ และของเด็กผู้หญิง เป็น ตุ๊กตา เป็นต้น
- เด็กปกติจะเล่นได้ดี เด็กพิเศษจะเรียนรู้พฤติกรรมของเด็กปกติ และจะพยายามเลียนแบบตารางประจำวัน
- กิจกรรมต้องเรียงลำดับเป็นขั้นตอนและทำนายได้ คือ ห้องเรียนที่เด็กคาดคะเนได้เด็กจะรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจ
- กิจวัตรประจำวันเหมือนกันทุกวันทัศนคติของครู
- ครูต้องตอบสนองต่อเป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กแต่ละคน
- อย่าไปยึดติดกับแผนการสอนเพราะแผนเป็นแค่แนวทางที่เราสอนเด็กการใช้สหวิทยาการ
- ใจกว้างต่อคำแนะนำของบุคคลในอาชีพอื่นๆ เช่น แพทย์ หมอ และนักบำบัดเป็นต้น
- สร้างความสัมพันธ์ระหว่างการบำบัดกับกิจกรรมในโรงเรียน เช่น การร้องเพลง การเล่นดนตรี เป็นสิ่งที่บำบัดเด็กได้ดีการเปลี่ยนพฤติกรรมและการเรียนรู้
- เด็กเรียนไม่ได้เพราะไร้ความสามารถ
- เด็กเรียนไม่ได้เพราะขาดโอกาส
- ความสนใจของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็กนั้นสำคัญมาก
- หากผู้ใหญ่ไม่สนใจพฤกรรมนั้นๆจะหายไปวิธีการแสดงออกถึงแรงเสริมจากผู้ใหญ่
- ตอบสนองด้วยเวลา
- การยืนหรือนั่งใกล้เด็ก
- สัมผัสทางกาย
- การที่เด็กมองหน้าครู แล้วครูหลบตาเด็กจะกังวล คิดว่าครูไม่ชอบหลักการให้แรงเสริมในเด็กปฐมวัย
- ครูต้องให้แรงเสริมทันทีที่เด็กมีพฤติกรรมอันพึงประสงค์ เช่น การชม การลูกหัว การกอด เป็นต้น
- ครูควรให้ความสนใจเด็กนานเท่าที่เด็กมีพฤติกรรมที่พึ่งประสงค์การแนะนำหรือบอกบท ( Prompting )
- ย่อยงาน
- ลำดับความสำคัญยากง่ายของงาน
- เป็นการเสริมแรงให้เด็กค่อยๆก้าวไปสู่ความสำเร็จ
- การการบอกบทจะค่อยๆน้อยลงตามลำดับขั้นตอนการให้แรงเสริม
- สังเกตและกำหนดจุดมุ่งหมาย
- สอนจากง่ายไปยาก
- ลดการบอกบท เมื่อเด็กเรียนรู้ที่จะก้าวไปขั้นต่อไป
- ทีละขั้น ไม่เร่งรีบ " ยิ่งขั้นเล็กเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น "
- ไม่ดุหรือตีเด็ก
- จำนวนและความถี่ของแรงเสริมที่ให้กับพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กต้องมีความเหมาะสมความต่อเนื่อง
- สอนแบบก้าวไปข้างหน้า หรือย้อนมาจากข้างหลังตัวอย่าง "เด็กตักซุป"
- การจับช้อน
- การตัก
- การระวังไม่ให้น้ำในช้อนหกก่อนจะเข้าปาก
- การเอาช้อนและชุปเข้าปากแทนที่จะทำให้หกรดคาง
- การเอาซุปออกจากช้อนเข้าสู่ปาก
- ครูจะงดแรงเสริมกับเด็กที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
- เอาเด็กออกจากของเล่น
- ให้เด็กคิดว่าทำอะไรผิดความคงเส้นคงวา
- ครูต้องปฏิบัติอย่างเดิมกับเด็ก
- ให้นักศึกษาวาดรูปดอกบัว พร้อมตกแต่งระบายสีในเวลา 40 นาที
- พร้อมบอกว่านักศึกษาเห็นอะไรในภาพนี้ตามความคิดของตนเอง
บทบาทครูปฐมวัยในห้องเรียน
- ข้อควรระวังในการปฎิบัติ
1. ประเมินให้น้ำหนักความสำคัญของเรื่องต่างๆได้ เช่น น้องดาวน์วาดรูปแล้วชอบร้องเพลงไปด้วย ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผิด พฤติกรรมไม่ได้ไปขัดข้องกับการเรียนรู้เด็ก
2. การทำแบบสังเกตไม่ใช่ดูพฤติกรรมเด็กแล้ว ทำแบบสังเกตเลย แต่ควรดูมานานแล้ว
- การบันทึกการสังเกต
1. การนับอย่างง่ายๆ
- เด็กแสดงพฤติกรรมไม่ดีกี่ครั้ง เช่น ปาสิ่งของ,กระทืบเท้า
2. การบันทึกต่อเนื่อง (นับเป็นชั่วโมง)
- การจดแบบให้รายละเอียด
3. การบันทึกไม่ต่อเนื่อง
- เป็นการบันทึกที่ดีที่สุด
- ครูมองเห็นภาพรวมมากที่สุด
- ครูไม่ควรใส่อารมณ์ส่วนตัวลงไปขณะจดบันทึกพฤติกรรมของเด็ก
- บันทึกลงบัตรเล็กๆ เพื่อเป็นการบันทึกสั้นๆเกี่ยวกับพฤติกรรมเด็ก
- การต้ดสินใจด้วยความระมัดระวังว่าถูกต้องแล้ว
มาร้องเพลงกันเถอะ
- ดอกบัวมีสีม่วง มีกลีบทั้งหมด 14 กลีบ มีก้านสีเขียว เกสรสีเหลือง เป็นต้น
อาจารย์ให้นักศึกษาหัดปรบมือและทำสีหน้าให้สนุกสนาน พร้อมทั้งร้องเพลงเด็กปฐมวัย 5 เพลงความรู้ที่ได้รับ
ผลวิจัยออกมาใกล้เคียงกันมากไม่ว่าจะเรียนในศูนย์หรือแบบเรียนรวม
สิ่งที่แตกต่าง : สังคม , ภาษา และการใช้ชีวิต ซึ่งเด็กที่เรียนรวมได้รับการยอมรับ มีความทัดเทียมกัน ดำเนินชีวิตได้ดี เปิดโลกที่กว้าง เด็กเข้าใจซึ่งกันและกัน