วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2558

ครั้งที่ 8
วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558
เวลาเรียน 12.20 - 15.00 น.

ช่วงวันสอบกลางภาค
23 ก.พ. 2558 ถึง 1 มี.ค. 2558




วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ครั้งที่ 7
วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558
เวลาเรียน 12.20 - 15.00 น.

สุขสันต์วันเกิดย้อนหลัง "อาจารย์เบียร์"


นักศึกษาจัดเซอร์ไพร์วันเกิดให้กับอาจารย์ตฤณซึ่งอันเป็นที่รัก ที่เคารพ นับถือของนักศึกษาทุกคน โดยมีกิจกรรมการแสดงของนักศึกษาซึ่งอาจารย์ได้ขอมา ว่าอยากดูนักศึกษาเต้น "เพลงสาวเลยยังรอ" ของสาวเย้ เจติยา




                  1 2 ซั่มมมมมม......


.....Happy Birthday Day My'Teacher....



วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ครั้งที่ 6
วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

กิจกรรมก่อนเรียน
- แจกกระดาษ A 4 ให้กับนักศึกษาคนละ 1 แผ่น
- แจกถุงมือคนละ 1 ข้าง ให้กับนักศึกษา 
ขั้นตอนการปฏิบัติ
- ให้นักศึกษาใส่ถุงมือ โดยใส่ข้างที่ไม่ถนัด
- วาดรูปมือตนเองข้างที่ใส่ถุงมือ โดยวาดให้เหมือนที่สุด 
วาดโดยใส่ถุงมือ
สรุปได้ว่า...
  • การที่เราใส่ถุงมือแล้ววาดมือของเรา ที่อยู่กับเรามาตั้งแต่เกิด มีลักษณะอย่างไร โดยที่เราไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดได้ ซึ่งก็เปรียบเสมือนเด็กปฐมวัยที่ครูนั้นไม่สามารถจดจำรายละเอียดของเด็กได้ทั้งหมดและทุกคน ทั้งๆที่ก็เห็นหน้าทุกคน ใกล้ชิดทุกวัน การสังเกตพฤติกรรมเด็กไม่ใช่จำไว้ก่อนแล้วค่อยมาจด ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่ที่เราจะจำพฤติกรรมของเด็กได้
ขั้นตอนปฏิบัติ
- ถอดถุงมือออก แล้ววาดรูปมือของเรา ให้เหมือนที่สุด 
ภาพที่ใส่ถุงมือ กับ ภาพที่ไม่ใส่ถุงมือ
สรุปได้ว่า...
  • การที่ครูรีบบันทึกพฤติกรรมในสิ่งที่เห็น โดยที่เวลาบันทึกห้ามใส่อารมณ์ส่วนตัวที่มีต่อเด็กเป็นเด็ดขาด ให้บันทึกตามความเป็นจริง

ความรู้ที่ได้รับ
การสอนเด็กพิเศษและเด็กปกติ
ทักษะของครูและทัศนคติ
- เด็กพิเศษเป็นส่วนรวมกับเพื่อนในห้อง
- ปรับทัศนคติของตนเอง
- ครูเมื่อรู้ว่ามีเด็กพิเศษจะต้องไม่กังวลหรือเครียดในการสอน
การฝึกเพิ่มเติม
- การอบรมในระยะสั้น เพื่อเป็นการเสริมความมั่นใจให้กับครูผู้สอน ว่าควรปฏิบัติตนอย่างไรกับเด็กพิเศษ
การเข้าใจภาวะปกติ
- เด็กคล้ายคลึงกันมากกว่าแตกต่าง โดยเฉพาะในเรื่องพัฒนาการ
- ครูต้องเรียนรู้,มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กปกติและเด็กพิเศษ เช่น การพูดคุย การทักทาย เข้าไปเล่นกับเด็กเมื่อเด็กต้องการความช่วยเหลือ
- รู้จักเด็กแต่ละคน เป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าเรารู้จักชื่อจริงและชื่อเล่นของเด็ก เด็กจะเชื่อใจ ให้ความไว้ใจ ครูต้องใส่ใจเด็กทุกๆคน
- มองเด็กให้เป็น "เด็ก"
การคัดแยกเด็กที่มีพัฒนาการช้า
- การเข้าใจพัฒนาการเด็กจะช่วยให้ครูสามารถมองเห็นความแตกต่างของเด็กแต่ละคนได้ง่าย
- ครูต้องคอยสังเกตอาการเด็ก พฤติกรรมของเด็ก
- เมื่อรู้อาการของเด็ก ไม่ควรนำไปเล่ากับใคร เล่าได้เฉพาะด้านที่ดีของเด็ก เพื่อให้เขาได้จดจำภาพลักษณ์ที่ดี
ความพร้อมของเด็ก
- วุฒิภาวะ
- แรงจูงใจ
- โอกาส
การสอนโดยบังเอิญ
- ช่วงเวลาที่เด็กเข้าหาหรือช่วงเวลาที่เด็กมีปัญหา
- เด็กเข้าหาครูมากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสในการสอนมากขึ้นเท่านั้น
- ครูต้องพร้อมที่จะพบเด็ก
- ครูต้องมีความสนใจเเด็ก
- ครูต้องใช้เวลาคนเด็ก 1 คนไม่นาน เพราะเด็กที่เหลือจะไม่สนใจ
อุปกรณ์
- มีลักษณะง่ายๆ
- สื่อที่ดี ต้องมีวิธีการเล่นที่ไม่ตายตัว ได้แก่ ตัวต่อ บล็อค แป้งโดว์ โลโก้ เป็นต้น เล่นง่ายๆ ใช้จริงได้เยอะ นำไปบูรณาการกับวิชาอื่นๆได้
- อย่าแบ่งแยกเพศ เช่น เด็กผู้ชายเป็น จรวด หุ่นยนต์ ดาบ และของเด็กผู้หญิง เป็น ตุ๊กตา เป็นต้น
- เด็กปกติจะเล่นได้ดี เด็กพิเศษจะเรียนรู้พฤติกรรมของเด็กปกติ และจะพยายามเลียนแบบ
ตารางประจำวัน
- กิจกรรมต้องเรียงลำดับเป็นขั้นตอนและทำนายได้ คือ ห้องเรียนที่เด็กคาดคะเนได้เด็กจะรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจ
- กิจวัตรประจำวันเหมือนกันทุกวัน
ทัศนคติของครู
ความยืดหยุ่น
- ครูต้องตอบสนองต่อเป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กแต่ละคน
- อย่าไปยึดติดกับแผนการสอนเพราะแผนเป็นแค่แนวทางที่เราสอนเด็ก
การใช้สหวิทยาการ
- ใจกว้างต่อคำแนะนำของบุคคลในอาชีพอื่นๆ เช่น แพทย์ หมอ และนักบำบัดเป็นต้น
- สร้างความสัมพันธ์ระหว่างการบำบัดกับกิจกรรมในโรงเรียน เช่น การร้องเพลง การเล่นดนตรี เป็นสิ่งที่บำบัดเด็กได้ดี
การเปลี่ยนพฤติกรรมและการเรียนรู้
เด็กทุกคนสอนได้
- เด็กเรียนไม่ได้เพราะไร้ความสามารถ
- เด็กเรียนไม่ได้เพราะขาดโอกาส

**เด็กทุกคนมีความสามารถอยู่ในตัว ครูสำคัญมากในการสร้างโอกาสให้กับเด็ก**
เทคนิคการให้แรงเสริม
แรงเสริมทางสังคมจากผู้ใหญ่
- ความสนใจของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็กนั้นสำคัญมาก
- หากผู้ใหญ่ไม่สนใจพฤกรรมนั้นๆจะหายไป
วิธีการแสดงออกถึงแรงเสริมจากผู้ใหญ่
- ตอบสนองด้วยเวลา
- การยืนหรือนั่งใกล้เด็ก
- สัมผัสทางกาย
- การที่เด็กมองหน้าครู แล้วครูหลบตาเด็กจะกังวล คิดว่าครูไม่ชอบ
หลักการให้แรงเสริมในเด็กปฐมวัย
- ครูต้องให้แรงเสริมทันทีที่เด็กมีพฤติกรรมอันพึงประสงค์ เช่น การชม การลูกหัว การกอด เป็นต้น
- ครูควรให้ความสนใจเด็กนานเท่าที่เด็กมีพฤติกรรมที่พึ่งประสงค์
การแนะนำหรือบอกบท ( Prompting )
- ย่อยงาน
- ลำดับความสำคัญยากง่ายของงาน
- เป็นการเสริมแรงให้เด็กค่อยๆก้าวไปสู่ความสำเร็จ
- การการบอกบทจะค่อยๆน้อยลงตามลำดับ
ขั้นตอนการให้แรงเสริม
- สังเกตและกำหนดจุดมุ่งหมาย
- สอนจากง่ายไปยาก
- ลดการบอกบท เมื่อเด็กเรียนรู้ที่จะก้าวไปขั้นต่อไป
- ทีละขั้น ไม่เร่งรีบ " ยิ่งขั้นเล็กเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น "
- ไม่ดุหรือตีเด็ก

การกำหนดเวลา
- จำนวนและความถี่ของแรงเสริมที่ให้กับพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กต้องมีความเหมาะสม
ความต่อเนื่อง
- สอนแบบก้าวไปข้างหน้า หรือย้อนมาจากข้างหลัง
ตัวอย่าง "เด็กตักซุป"
- การจับช้อน
- การตัก
- การระวังไม่ให้น้ำในช้อนหกก่อนจะเข้าปาก
- การเอาช้อนและชุปเข้าปากแทนที่จะทำให้หกรดคาง
- การเอาซุปออกจากช้อนเข้าสู่ปาก

การลดหรือหยุดแรงเสริม
- ครูจะงดแรงเสริมกับเด็กที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
- เอาเด็กออกจากของเล่น
- ให้เด็กคิดว่าทำอะไรผิด
ความคงเส้นคงวา
- ครูต้องปฏิบัติอย่างเดิมกับเด็ก

การประเมินการเรียนการสอน

  • ตนเอง 100 % : เข้าเรียนตรงเวลา วันนี้เนื้อหาเยอะมาก อาจารย์ยกตัวอย่างให้เข้าใจได้ง่ายๆมากยิ่งขึ้น มีกิจกรรมให้ทำ เพื่อให้นักศึกษาได้เข้าใจในกระบวนการเป็นครู การบันทึกพฤติกรรมของเด็ก
  • เพื่อน 100 % : ตั้งใจเรียน มีคุยบ้างโดยเฉพาะกลุ่มดิฉัน เพื่อนส่วนใหญ่ตั้งใจทำงานที่อาจารย์ได้มอบหมาย
  • อาจารย์ 100% : อาจารย์มาสอนตรงเวลา ทบทวนเพลงกันท้ายชั่วโมงที่เคยร้องกันไป

ครั้งที่ 5
วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558

** งดการเรียนการสอน **
เนื่่องจากอาจารย์ผู้สอนติดธุระ




วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2558

ครั้งที่ 4
วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ.2558
กิจกรรมก่อนเรียน
- ให้นักศึกษาวาดรูปดอกบัว พร้อมตกแต่งระบายสีในเวลา 40 นาที
- พร้อมบอกว่านักศึกษาเห็นอะไรในภาพนี้ตามความคิดของตนเอง

ความรู้ที่ได้รับ
บทบาทครูปฐมวัยในห้องเรียน
  • ครูไม่ควรวินิจฉัยเด็กเด็กขาด และห้ามนำไปพูดกับผู้ปกครอง
  • ห้ามนำจุดด้อยของเด็กไปเล่าให้ผู้ปกครองฟัง
  • สามารถเล่ากับครูได้
  • ครูไม่ใช่หมอ
  • ครูไม่ควรตั้งชื่อให้เด็ก เพราะเด็กจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี นั้นก็คือ จิตใจของเด็ก ว่าทำไมครูและเพื่อนๆไม่เรียกชื่อเขา
  • ต้องคอยช่วยเหลือเด็ก ปรับเปลี่ยนทัศนคติของตนเอง
  • ครูต้องคิดเสมอว่า " เด็กทุกคนทำได้ "
  • พ่อแม่ทราบอาการของลูกตนเองอยู่แล้ว ครูไม่ควรตอกย้ำในจุดด้อย แต่ครูควรพูดส่งเสริมในจุดเด่นๆของน้อง คือ สิ่งที่น้องทำได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
  • การให้ข้อเสนอแนะของเด็กกับผู้ปกครอง ครูควรมีวิธีการพูดอ้อมๆหรือโน้วน้าวผู้แกครอง
  • การสังเกตเด็กอย่างเป็นระบบ คือ การจดบันทึกเด็ก จดเฉพาะข้อสงสัยของเด็กคนนั้น ตามเซ็คว่าน้องเป็นเด็กพิเศษหรือเปล่า เพราะครูคือคนที่ใกล้ชิดกับเด็กเห็นพฤติกรรมเด็กที่แสดงออกมา
  • แพทย์ นักจิตวิทยา นักคลีนิก สนใจอยู่ที่ปัญหาของเด็ก โดยไม่สนใจในจุดเด่นของเด็ก
  • แบบสังเกตของครูและการตรวจสอบเพื่อคัดแยกเด็กที่อาจต้องการบริการพิเศษ
  • ข้อควรระวังในการปฎิบัติ
1. ประเมินให้น้ำหนักความสำคัญของเรื่องต่างๆได้ เช่น น้องดาวน์วาดรูปแล้วชอบร้องเพลงไปด้วย ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผิด พฤติกรรมไม่ได้ไปขัดข้องกับการเรียนรู้เด็ก 
2. การทำแบบสังเกตไม่ใช่ดูพฤติกรรมเด็กแล้ว ทำแบบสังเกตเลย แต่ควรดูมานานแล้ว
  • การบันทึกการสังเกต
1. การนับอย่างง่ายๆ
   - เด็กแสดงพฤติกรรมไม่ดีกี่ครั้ง เช่น ปาสิ่งของ,กระทืบเท้า

2. การบันทึกต่อเนื่อง (นับเป็นชั่วโมง)
   - การจดแบบให้รายละเอียด

3. การบันทึกไม่ต่อเนื่อง
   - เป็นการบันทึกที่ดีที่สุด
   - ครูมองเห็นภาพรวมมากที่สุด
   - ครูไม่ควรใส่อารมณ์ส่วนตัวลงไปขณะจดบันทึกพฤติกรรมของเด็ก
   - บันทึกลงบัตรเล็กๆ เพื่อเป็นการบันทึกสั้นๆเกี่ยวกับพฤติกรรมเด็ก
   - การต้ดสินใจด้วยความระมัดระวังว่าถูกต้องแล้ว 


บรรยายรูปดอกบัว โดยที่ไม่ใส่ความรู้ส่วนตัวลงไป !!
  • ดอกบัวมีสีม่วง มีกลีบทั้งหมด 14 กลีบ มีก้านสีเขียว เกสรสีเหลือง เป็นต้น
มาร้องเพลงกันเถอะ



ผู้แต่ง อาจารย์ศรีนวล   รัตนสุวรรณ
เรียบเรียง อาจารย์ตฤณ   แจ่มถิน

เพลง ฝึกกายบริหาร

ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายแข็งแรง
ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายแข็งแรง
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว

เพลง ผลไม้

ส้มโอ แตงโม แตงไทย
ลิ้นจี่ ลำไย องุ่น พุทรา
เงาะ ฝรั่ง มังคุด
กล้วย ละมุด น้อยหน่า
ขนุน มะม่วง นานาพันธุ์

เพลง กินผักกัน

กินผักกันเถอะเรา
บวบ ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว แตงกวา
คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง โหระพา
มะเขือเทศสีดา ฟักทอง กะหล่ำปลี

เพลง ดอกไม้

ดอกไม้ต่างพันธุ์ สวยงามสดสี
เหลือง แดง ม่วงมี แสด ขาว ชมพู

เพลง จำ้จี้ดอกไม้

จ้ำจี้ดอกไม้ ดาวเรือง หงอนไก่
จำปี จำปา มะลิ พิกุล
กุหลาบ ชบา บานชื่น กระดังงา
เข็ม แก้ว ลัดดา เฟื่องฟ้า ราตรี

การประเมินการเรียนการสอน
  • ตนเอง 99 % : เข้าเรียนสาย ตั้งใจฟังอาจารย์สอน พร้อมจดรายละเอียดที่นอกเหนือจากเอกสาร ทำกิจกรรมท้ายคาบได้ดี เพราะจำได้ การบันทึกแต่ละอัน มีความสำคัญที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งครูเวลาทำการบันทึกพฤติกรรมเด็กไม่ควรใส่อารมณ์ส่วนตัวลงไปด้วย
  • เพื่อน 99 % : มีเข้าเรียนสายบ้าง แต่น้อย ทุกคนร่วมกันตอบคำถาม บรรยากาศภายในห้องคึกครื้น ในการทำกิจกรรมวาดรูปดอกบัวเพื่อนๆทุกคนรู้สึกตื่นเต้นมาก บ้างคนก็วาดไม่ได้แต่ก็พยายามวาดให้ได้
  • อาจารย์ 100 % : มีความเตรียมพร้อมมาดี ยกตัวอย่างกรณีของเด็กต่างๆให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น นักศึกษาเรียนรู้ได้เร็ว เป็นที่ปรึกษาให้กับนักศึกษาได้ทุกเรื่อง คอยชี้แนะในสิ่งที่ถูกที่ควร

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2558

ครั้งที่ 3
วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ.2558


กิจกรรมในห้องเรียน
อาจารย์ให้นักศึกษาหัดปรบมือและทำสีหน้าให้สนุกสนาน พร้อมทั้งร้องเพลงเด็กปฐมวัย 5 เพลง
ความรู้ที่ได้รับ

  • การศึกษาปกติทั่วไป ( Regular Education ) คือ ทุกคนได้รับการศึกษา
  • การศึิกษาพิเศษ ( Special Education ) คือ การจัดการศึกษาให้สำหรับบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งเด็กกลุ่มพิเศษเหล่านี้จะไม่สามารถได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการจัดการศึกษาแบบเดียวกันกับเด็กปกติ
  • การศึกษาแบบเรียนร่วม ( Integrated Education หรือ Mainsstreaming ) คือ อยู่ในการควบคุมของศูนย์การศึกษาพิเศษหรืออาจในศูนย์เฉพาะทางที่ให้ความดูแลเด็กพิเศษ ซึ่งศูนย์จะทำการหน้าที่ประสานงานติดต่อกับทางโรงเรียนนั้นเพื่อรับน้องเข้ารับการศึกษา **วิชาที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ วิชาดนตรี พลศึกษา และศิลปะ แต่วิชาดนตรีนั้นเป็นที่นิยมมากสำหรับเด็ฏพิเศษ ส่วนกิจกรรมจะปรับเปลี่ยนให้นักห้องเรียนได้
  • การศึกษาแบบเรียนรวม ( Inclusive Education ) คือ ไม่ได้สังกัดอยู่ในหน่วยงานใด เป็นการรับเด็กเข้ามาเรียนรวมกันตั้งแต่เข้ารับการศึกษา
งานวิจัย : เด็กที่เรียนในศูนย์และเด็กเรียนรวม
ผลวิจัยออกมาใกล้เคียงกันมากไม่ว่าจะเรียนในศูนย์หรือแบบเรียนรวม 
สิ่งที่แตกต่าง : สังคม , ภาษา และการใช้ชีวิต ซึ่งเด็กที่เรียนรวมได้รับการยอมรับ มีความทัดเทียมกัน ดำเนินชีวิตได้ดี เปิดโลกที่กว้าง เด็กเข้าใจซึ่งกันและกัน

Wilson , 2007

  • การจัดการเรียนการสอนที่ยึดปรัชญาของการอยู่รวมกัน ( Inclusion ) เป็นหลัก
  • การสอนที่ดี คือ การสอนที่ครูกับนักเรียนช่วยกัน
  • กิจกรรมทุกชนิดที่นำไปสู่การสอนที่ดี ( Good Teaching ) ให้นักเรียนทุกคนสามารถเรียนได้
ความหมายของการศึกษาแบบเรียนรวมในสากลทั่วโลก

"Inclusive Education is Education for all,
It involves receiving people
at the beginning of their education,
with provision of additional services
needed by each individual"

************************************************

การศึกษาแบบเรียนรวม เป็นการศึกษาสำหรับทุกคน
จะเกี่ยวข้องกับการรับบุคคล
เริ่มตั้งแต่ช่วงแรกของการศึกษาในชีวิต
แต่ละบุคคลก็ต้องได้รับการช่วยเหลือ
ที่ได้รับความต้องการของแต่ละบุคคล

************************************************
ประเมินการเรียนการสอน

  • ตนเอง 99 % : เข้าเรียนทันเวลา ตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์สอนพร้อมจดรายละเอียดเล็กๆน้อย ไม่ค่อยจะได้คุยกันในวันนี้ ซึ่งการศึกษาแบบเรียนร่วมและการศึกแบบเรียนรวม อาจารย์อธิบายได้เข้าใจอย่างชัดเจน ซึ่งในตอนแรกที่อ่านเอกสารก็งงๆ ว่าแตกต่างกันอย่างไร แต่พาอาจารย์มาอธิบายเพิ่ม และให้สรุปความรู้ของตนเองท้ายคาบ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เหมือนกระตุ้นสมองของเรากับสิ่งที่เพิ่งเรียนไป ซึ่งการทำอะไรซ้ำๆจะเกิดเป็นนิสัยที่ดีติดตัวไป เหมือนดิฉันตอนนี้ซึ่งเมื่อก่อนบล็อกจะอัพทีละ 5 ทีเดียว แต่เทอมนี้ วิชานี้ขอเปลี่ยนใหม่ค่ะ จะรีบอัพทุกครั้งหลังเรียนเลย
  • เพื่อน 100 % : เข้าเรียนตรงเวลาไม่มีใครมาสาย ทุกคนให้ความสนใจ ในการตอบคำถาม ร่วมกันแสดงความคิดเห็นสิ่งที่คิดต่าง และที่สำคัญห้องเงียบมาก ไม่ค่อยคึกครื้นเลย
  • อาจารย์ 100 % : เตรียมเนื้อหาการสอนมาดีมาก แต่ห้องไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่ อาจารย์สอนให้นักศึกษาเข้าใจอะไรได้ง่ายขึ้น จดจำนักศึกษาได้ทุกคน ใส่ใจมากทุกรายละเอียด คอยเป็นที่ปรึกษาชี้นำทางให้กับลูกศิษย์ที่ดีมากเสมอ

วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558

ครั้งที่ 2
วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ.2558



เล่าสู่กันฟัง
  • อาจารย์เล่าประสบการณ์ที่พารุ่นพี่ปี 4 ไปจังหวัดบุรีรัมย์ โดยไปจัดกิจกรรมที่
  1. โรงเรียนบ้านหนองพระอง : เพิ่มเติม
  2. โรงเรียนวัดบ้านหนองกระทิง : เพิ่มเติม
  3. โรงเรียนบ้านหนองพะอง : เพิ่มเติม
  • อำเภอลำปรายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ไปจัดกิจกรรม ทำนุบำรุงโรงเรียน โดยการทาสีโรงเรียนและจัดกิจกรรม โดยรุ่นพี่นอนที่ศาลาวัด และขากลับก็ได้แวะไร่นาป่าสงวน ของพี่ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ : เพิ่มเติม
เฉลยข้อสอบวิชาการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
  • ตอนที่ 1
1. การส่งเสริมพัฒนาการเด็กดาวน์ซินโดรม : ถูก เพราะต้องให้เด็กใช้ชีวิตใกล้เคียงกับเด็กปกติ
2. IEP ใช้สอนเด็กทั้งห้องเป็นแผนระยะสั้น : ผิด เพราะ Individualized Education Program (IEP) เป็นแผนการศึกษาส่วนบุคคล ใช้ในระยะยาวเป็นเทอมหรือปี
3. เด็กดาวน์ซินโดรม เรียนรู้ได้อย่างสม่ำเสมอ มีพัฒนาการที่ใกล้เคียงกับเด็กปกติ : ถูก
4. การปรับพฤติกรรมเด็กต้องพัฒนาการด้านเดียว : ผิด ควรส่งเสริมด้านที่ไม่ถนัดควบคู่ไปด้วย
5. ควรส่งเสริมให้เด็กออทิสติกเล่นของเล่นเพียงชิ้นเดียว : ผิด ควรเปลี่ยนของเล่นให้หลากหลาย
6. การฟื้นฟูสมรรถภาพเด็กออทิสติกควรส่งเสริมในด้านวิชาการ : ผิด ต้องส่งเสริมในเรื่องของสังคมและการใช้ชีวิต
7. ห้องเรียนเส้นขนานเป็นห้องเรียนสำหรับเด็กออทิสติก : ผิด ห้องเรียนคู่ขนาน
8. โปรแกรมการแลกเปลี่ยนภาพเพื่อการสื่อสาร ใช้ในระยะยาว : ผิด Picture Exchange Communication (PECS) ให้เด็กใช้ในระยะสั้น เพื่อใช้ในการสื่อความหมายโดยใช้ภาพ : เพิ่มเติม
9. ชื่อยา Listerine 10 เป็นยาของเด็กสมาธิสั้น : ผิด ชื่อยา Ritalin 10
10. เด็กสมาธิสั้นสามารถเรียนในโรงเรียนปกติทั่วไปได้ : ถูก
  • ตอนที่ 2
1. หน่วยงานที่ช่วยเหลือเด็กพิเศษ : ศูนย์การศึกษาพิเศษ Early Intervention (EI)
2. VDO ห้องเรียนแรก จงยกตัวอย่างสื่อมา 4 อย่าง
3. เขียนมา 2 กิจกรรมที่เห็นใน VDO ห้องเรียนแรก
4. น้องสินธัช อายุ 6 ปี อยู่อนุบาล 2 ชอบวาดรูประบายสี ชอบบวก ลบเลข เก่งวิชาคณิตศาสตร์ พูดด้วยแล้วน้องจะไม่สนใจ ไม่พูดคุยกับเด็กคนอื่น เมื่อครูและเพื่อนเข้าไปพูดด้วย จะทำเป็นไม่ได้ยิน มองไม่เห็น ไม่ฟังครู ชอบลุกปีนป่าย เมื่อครูให้ทำงานจะทำได้จะสนใจได้สักพัก และลุกขึ้นไปแกล้งเพื่อน ไม่สามารถอยู่ในกฎกตกาได้ **น้องสินธัชเป็นเด็กพิเศษประเภทอะไร : เด็กออทิสติกร่วมกับเด็กสมาธิสั้น
5. ถ้าเป็นครูประจำชั้นน้องสินธัช จะมีวิธีการส่งเสริมอย่างไร : ต้องปรับพฤติกรรม คือ นั่งกับเพื่อนที่นิ่งที่สุด ครูใช้แผน IEP เปลี่ยนกิจกรรมบ่อยๆ สั้น ใช้เวลาไม่นาน การปรับสภาพแวดล้อม คือ ห้องเรียนต้องเงียบ นั่งใกล้ครู ของเล่นเก็บให้เป็นระเบียบ

กิจกรรมระหว่างเรียน
  • อาจารย์ให้นักศึกษาทำแบบทดสอบวัดความรู้เดิม ก่อนที่จะเริ่มเรียนในวิชานี้ โดยมี ดังนี้
1. ประเภทของเด็กที่มีความบกพร่อง มีอะไรบ้าง
1.1. เด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น
1.2. เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา
1.3. เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
1.4. เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
1.5. เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ
1.6. เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
1.7. เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์
1.8. เด็กออทิสติก
1.9. เด็กพิการซับซ้อน
1.10. เด็กปัญญาเลิศ
2. จงยกตัวอย่างเด็กพิเศษมา 1 อาการ พร้อมทั้งบอกสาเหตุ อาการที่เกิดและวิธีการดูแล
3. ชื่อวิชาที่กำลังเรียนอยู่ มีชื่อวิชาว่าอะไร
การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย EAED3214
4. ชื่อวิชาภาษาอังกฤษ
Inclusive Education Experiences Management for Early Childhood
5. ห้องเรียนการศึกษาแบบเรียนรวมหมายความว่าอย่างไร



มาร่วมร้องเพลงกันเถอะ
  • อาจารย์ให้นักศึกษาทุกคนฝึกร้องเพลงของเด็กปฐมวัย เพราะเสียงเพลงนั้นเป็นการที่จะช่วยกระตุ้นความสนใจของเด็ก เสียงเพลงเป็นการคุมให้อยู่ได้ การร้องเพลงต้องใช้น้ำหนักเสียงที่มี หนัก - เบา , สูง - ต่ำ เป็นการเล่นลีลาของเสียงเพื่อกระตุ้นอารมณ์ในการถ่ายทอดเพลง เป็นต้น
1. เพลง นม

นมเป็นอาหารดี   มีคุณค่าต่อร่างกาย
ดื่มแล้วชื่นใจ   ร่างกายแข็งแรง
ยังมีนมถั่งเหลือง   ดื่มได้ดีและไม่แพง
ดื่มแล้วชื่นใจ   ร่างกายแข็งแรง



2. เพลง อาบน้ำ

อาบน้ำซู่ซ่า   ล้างหน้าล้างตา
ฟอกสบู่ถูตัว   ชำระเหงื่อไคล
ราดน้ำให้ทั่ว   เสร็จแล้วเช็ดตัว
อย่าให้ขุ่นมั่ว   สุขกายสบายใจ



3. เพลง แปรงฟัน

ตื่นเช้าเราแปรงฟัน
กินอาหารแล้วเราแปรงฟัน
ก่อนนอนเราแปลงฟัน
ฟันสะอาดขาวเป็นเงางาม
แปรงฟันที่ถูกวิธี   ดูซิต้องแปรงขึ้นลง
แปรงฟันที่ถูกวิธี   ดูซิต้องแปรงขึ้นลง



4. เพลง พี่น้องกัน

บ้านของฉันอยู่ด้วยกันมากหลาย
พ่อ แม่ ปู่ ย่า ลุง ป้า ตา ยาย
มีทั้งน้า อา พี่และน้องมากมาย
ทุกคนสุขสบาย   เราเป็นพี่น้องกัน



5. เพลง มาโรงเรียน

เรามาโรงเรียน   เราเขียนเราอ่าน
ครูเล่านิทานสนุกถูกใจ
เราเรียนเราเล่น   เราเป็นสุขใจ
ร่าเริงแจ่มใสเมื่อมาโรงเรียน


ผู้แต่ง อาจารย์ศรีนวล   รัตนสุวรรณ
เรียบเรียง อาจารย์ตฤณ   แจ่มถิน

การประเมินการเรียนการสอน
  • ตนเอง 95 % : เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย วันนี้นั่งเป็นรูปตัว U ตั้งใจฟังอาจารย์สอน พร้อมจดรายละเอียดทุกสิ่งทุกอย่างที่อาจารย์ได้พูด นั่งข้างสิรินดา ไม่ได้คุยเสียงดัง แต่หนูแค่หัวเราะเสียงดังอาจารย์ก็จะว่า ช่วงเวลาที่ร้องเพลงดิฉันชอบมากเลย เพราะดิฉันร้องเพลงเพี้ยนมากค่ะ ก็พยายามร้องให้เป็นทำนอง มีเสียงหนัก - เบา สิ่งเป็นประโยชน์มากถ้าเราฝึกร้องเพลงบ่อยๆ ก็จะทำให้เวลาไปสอนจริง จะได้ไม่ตื่นเต้น ไม่กังวล กล้าแสดงออก เสียงเพลงสามารถช่วยให้เด็กอยู่ในระเบียบกฎกติกาได้ ซึ้งเนื้อเพลง เป็นเนื้อเพลงที่สั้น กระซับ เนื้อร้องง่าย เด็กปฐมวัยสามารถร้องได้ตามเองได้ ยิ่งถ้าน้องเป็นเด็กพิเศษ แล้วเราร้องเพลงบ่อยๆ เด็กก็สามารถปฎิบัติตามเพื่อนๆได้ โดยต้องมีครู ผู้ปกครองและเพื่อนคอยช่วยเหลือบ้าง
  • เพื่อน 95 % : ส่วนใหญ่ตั้งใจเรียน มีคุยบ้างโดยเฉพาะกลุ่มดิฉัน เพราะเพื่อนเป็นคนที่สนุกสนานร่าเริงตลอด ไม่ค่อยจะอยู่นิ่งๆได้นาน หรือทำอะไรก็ไม่ค่อยเสร็จตามเวลาที่กำหนดได้ ก็จะมีช่วงที่อาจารย์ให้ทำแบบทดสอบความรู้เดิม เพื่อนก็มีถามกันบ้าง เพราะไม่แน่ใจในคำตอบของตนเอง มีหันมองคนข้างๆหรือถามบ้าง แต่เวลามีงานเพื่อนก็ไม่ค่อยส่งเสียงดัง ห้องจะเงียบนานๆครั้งถึงจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้
  • อาจารย์ 98 % : มาสอนตรงเวลา แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี เพราะห้องเรียนในวันนี้ไม่มีจอโปรเจ็ทเตอร์ เลยเปลี่ยนมาทำกิจกรรมแทน ช่วงทำกิจกรรมอาจารย์ก็จะเดินถามเป็นกลุ่ม เพื่อให้นักศึกษาได้แสดงความคิดเห็น อาจารย์เดินทั่วถึงมาก ใส่ใจนักศึกษาจำชื่อนักศึกษาได้ทุกคนไม่มีพลาดเลย มีเพลงมาให้นักศึกษาร้องสัปดาห์ล่ะ 5 เพลง พร้อมร้องกันทั้งห้อง อาจารย์ก็จะมีลีลาในการร้องเพลง มีน้ำเสียงที่ไพเราะ แต่อาจยังไม่เต็มที่ เพราะอาจารย์ไม่สบาย