วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558

ครั้งที่ 15
วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ.2558

**หยุดเนื่องจากวันสงกราต์...ปีใหม่ไทย 2558**

Songkran Festival


ในวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ.2483 คณะรัฐบาลของจอมพล ป.พิบูลย์สงคราม ได้ประกาศให้ใช้วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2484 เป็นวันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับประเทศอื่น ๆ เป็นสากลทั่วโลกและใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนอกจากนั้นเรายังถือเอาวันที่ 14 เมษายนเป็นวันครอบครัว อีกด้วย
วันที่ 13 เมษายนของทุก ๆ ปีเราเรียกวันนี้ว่า " วันสงกรานต์ " ประเพณีไทยเดิมถือว่าวันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่ธรรมเนียมไทยเราก็จะมีการเล่น รื่นเริง มีการรดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ ก่อเจดีย์ทราย สรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เท่าที่มีตามวัดต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงเป็นต้น



ครั้งที่ 14
วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ.2558

**หยุดวันจักรี**
วันจักรี คือ เป็นวันครบรอบการก่อตั้งราชวงศ์จักรีวันจักรีตรงกับ วันที่ 6 เมษายน
วันที่ 6 เมษายนของทุกปี เป็นวันครบรอบหารก่อตั้งราชวงจักรี
ซึ่งครองราชอยู่ในปัจจุบันราชวงจักรีได้ก่อตั้งโดย พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก หรือ พระรามาธิบดีที่ 1



ครั้งที่ 13
วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2558
เวลาเรียน 12.20 - 15.00 น.

หมายเหตุ : ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากย้ายมาเรียนวิชาศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัยแทน

การประเมินการเรียนการสอน
  • ตนเอง 92% : เข้ามาในห้องตอนแรกตกใจมากทำไมเพื่อนเยอะจัง ก็เห็นอาจารย์ยืนอยู่หน้าห้องกำลังคุยปรึกษากัน พออาจารย์บอกว่าจะสอนการเขียนแผนศิลปะสร้างสรรค์แค่นั้นล่ะ ดิฉันถึงกับเบื่อแน่เลย แต่เนื่องด้วยเรียนทั้ง 2 กลุ่ม จึงทำให้ห้องวุ่ยวายมากต่างคนต่างเสียงดัง โวยวายไปก่อน รวมทั้งดิฉันด้วยก็คุยเพราะตอนนั้นรับประทาน
  • เพื่อน 92% : เพื่อนส่งเสียงคุยกันเสียงดังมาก เพื่อนบางคนก็ตั้งใจเรียน อาจเพราะเรียนรวมกันทั้ง 2 กลุ่ม จึงทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของการฟัง เพราะเพื่อนที่นั่งแถวหลังจะไม่ค่อยได้ยินในสิ่งที่อาจารย์พูด
  • อาจารย์ 97% : อาจารย์สอนทั้ง 2 กลุ่ม อาจจะตื่นเต้นเล็กน้อย อธิบายแผนศิลปะสร้างสรรค์ได้ชัดเจน มียกตัวอย่างประกอบให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2558

ครั้งที่ 12
วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2558
เวลาเรียน 12.20 - 15.50 น.

อาจารย์ให้นักศึกษา "สอบวัดความรู้ที่เรียนมา เก็บคะแนน 10 แนน"




วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2558


ครั้งที่ 11
วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2558
เวลาเรียน 12.20 - 15.50 น.

กิจกรรมก่อนเรียน
  • ไร่สตรอเบอรี่

  • เราเดินไปเจอไร่สตอเบอรี่สีแดงน่ากิน ในใจตอนนี้อยากกินแต่มีรั้วมากั้น คิดว่ารั้วสูงเท่าไร

  • ตอนนี้เดินข้ามรั้วมาได้จะกินสตรอเบอรี่กี่ลูก
  • ขณะที่เรากินสตรอเบอรี่อยู่นั้น เจ้าของไร่วิ่งมาและตะโกนว่า เราจะพูดกับเจ้าของไร่ว่าอย่างไร
  • ขณะที่กำลังเดินออกจากฟาร์มรู้สึกอย่างไร
  • คำถามที่ถามมานั้น คือ สตรอเบอรี่ หมายถึง ความยับยั่งชั่งใจ
  1. ความสูงของรั้วแสดงถึงความยับยั่งชั่งใจ
  2. เมื่อก้าวข้ามรั้วมา กินสตรอเบอรี่ไปกี่ลูก คือ ระหว่างที่คบกับแฟนมีกิ๊กกี่คน
  3. ถ้าแฟนจับได้จะตอบแฟนว่าอะไร
  4. ในเมื่อนอกใจไปแล้วรู้สึกอย่างไรกับการกระทำผิดในครังนี้

...มาร้องเพลงกันเถอะ...

เนื้อเพลงบำบัดสำหรับร้องวันนี้






ความรู้ที่ได้รับ
  • การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ
ทักษะการช่วยเหลือตนเอง
เรียนรู้การดำรงชีวิตโดยอิสระมากที่สุด คือ เด็กไม่จำเป็นต้องพึงพาใคร การกินอยู่ การเข้าห้องน้ำ การแต่งตัว กิจวัตรต่างๆในชีวิตประจำวัน
การสร้างความอิสระ
  • การสอนแบบตัวต่อตัว
  • ให้เด็กได้ช่วยเหลือตนเอง
  • เด็กเลียนแบบการช่วยเหลือตนเองจากเพื่อน เด็กที่โตกว่าและผู้ใหญ่
  • ถ้าเด็กผูกเชือกรองเท้าได้เองครั้งแรก เขาก็จะผูกอยู่ซ้ำอย่างนั้น อย่างน้อย 7 - 10 ครั้งใน 1 วัน ครูผู้สอนควรให้กำลังใจเสริม เช่น เก่งมากค่ะ , ผูกได้สวยกว่าครั้งที่แล้ว เป็นต้น
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เด็กผูกเชือกรองเท้า

ความสำเร็จเป็นสิ่งสำคัญ
  • การได้ทำด้วยตนเอง
  • เชื่อมั่นในตนเอง
  • เรียนรู้ความรู้สึกที่ดี
หัดให้เด็กทำเอง
  • ไม่ช่วยเหลือเกินความจำเป็น (ใจแข็ง) คือ ครูต้องใจแข็งให้เด็กได้หัด พยายามได้ช่วยเหลือตนเอง
  • ผู้ใหญ่มักทำสิ่งต่างๆให้เด็กมากเกินไป คือ เมื่อเด็กต้องการความช่วยเหลืออะไร ให้ทำแค่อย่างนั้นพออย่าทำเกินเลยไป เช่น เด็กใส่ถุงเท้าไม่ได้ ครูก็ควรสอนการใส่ถุงเท้าให้ดู ห้ามทำเกินกว่านี้
  • ทำให้แม้กระทั่งสิ่งที่เด็กสามารถทำได้เองหากให้เวลาเขาทำ เช่น การเข้าห้องน้ำ เด็กจะมาขอความช่วยเหลือโดยที่เด็กก็ทำได้ มักจะพูดว่า "หนูทำช้า" "หนูยังทำไม่ได้"
จะช่วยเมื่อไหร่
  • เด็กก็มีบางวันที่ไม่อยากทำอะไร,หงุดหงิด,เบื่อ,ไม่ค่อยสบาย
  • หลายครั้งเด็กจะขอความช่วยเหลือในสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปแล้ว
  • เด็กรู้สึกว่ายังมีผู้ใหญ่ที่พึ่งได้ ให้ความช่วยเหลือเฉพาะสิ่งที่เด็กต้องการ
  • มักช่วยเด็กในช่วงกิจกรรม
ทักษะการช่วยเหลือตนเอง (อายุ 2 - 3 ปี)


ทักษะการช่วยเหลือตนเอง (อายุ 3 - 4 ปี)


 ทักษะการช่วยเหลือตนเอง (อายุ 4 - 5 ปี)


ทักษะการช่วยเหลือตนเอง (อายุ 5 - 6 ปี)


ลำดับขั้นในการช่วยเหลือตนเอง
  • แบ่งทักษะการช่วยเหลือตนเองออกเป็นขั้นย่อยๆ
  • เรียงลำดับตามขั้นตอน (อย่าข้ามขั้น)
การเข้าส้วม
  1. เข้าไปในห้องน้ำ
  2. ดึงกางเกงลงมา
  3. ก้าวขึ้นไปนั่งบนส้วม
  4. ปัสสาวะหรืออุจจาระ
  5. ใช้กระดาษชำระเช็ดก้น
  6. ทิ้งกระดาษชำระลงในตะกร้า
  7. กดชักโครกหรือตักน้ำราด
  8. ดึงกางเกงขึ้น
  9. ล้างมือ
  10. เช็ดมือ
  11. เดินออกจากห้องส้วม
การวางแผนทีละขั้น
  • แยกกิจกรรมเป็นขั้นย่อยๆให้มากที่สุด

สรุป
  • ครูต้องพยายามให้เด็กทำสิ่งต่างๆด้วยตนเอง
  • ย่อยงานแต่ละอย่างเป็นขั้นๆ
  • ความสำเร็จขั้นเล็กๆนำไปสู่ความสำเร็จทั้งมวล
  • ช่วยให้เด็กมีความมั่นใจในตนเอง
  • เด็กพึ่งตนเองได้ รู้สึกเป็นอิสระ

กิจกรรมหลังเรียน
  • แจกกระดาษคนละ 1 แผ่น
  • นำสีเทียนมาจุดตรงกลางของกระดาษ จะเล็กหรือใหญ่ก็ได้
  • ให้เปลี่ยนสีเทียน ระบายเป็นวงกลม 
  • เมื่อระบายเสร็จก็ตัดออกออก
  • เพื่อนๆตั้งใจทำอย่างสนุกสนาน

  •  เมื่อนำเสร็จแล้วให้นำภาพวงกลมของตนเองมาติดรูปของต้นไม้

  • การร่วมมือของเพื่อนๆ


  • เส้นหนา : เป็นคนที่มั่นใจหนักแน่น
  • ระบายสีดำ : เป็นคนที่สับสน วุ่นวาย
  • เส้นบาง : เป็นคนที่ค่อยมีความมั่นใจ
สิ่งที่ได้รับจากกิจกรรมนี้
  1. เรื่องคณิตศาสตร์  เช่น การนับเลข
  2. มิติสัมพันธ์
  3. ความคิดสร้างสรรค์
  4. การฝึกสมาธิ
  5. แสดงออกทางจินตนาการ
  6. ผลงานที่เด็กทำบ่งบอกสภาวะทางอารมณ์ - จิตใจ
  7. ได้เห็นผลงานที่เพื่อนทำและผลงานของเราเองมาเป็นอย่างไร
  8. ฝึกกล้ามเนื้อมือ
  9. การร่วมมือในการทำผลงานศิลปะ
การนำไปประยุกต์ใช้
  • ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพให้ดีขึ้นเพื่อ ลดปัญหาทางอารมณ์ พฤติกรรม และเสริมสร้างศักยภาพในด้านต่างๆ
  • เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วย กระตุ้นการสื่อสาร และเสริมสร้างทักษะสังคมอีกด้วย
  • ช่วยเสริมสร้างทักษะสังคม ช่วยให้เข้าใจอารมณ์ ความคิดของตนเอง และเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น มีทักษะการสร้างมนุษยสัมพันธ์

การประเมินการเรียนการสอน
  • ตนเอง 98 % : วันนี้ย้ายที่นั่ง แอร์หนาวมาก นั่งเรียนไปขนลุกไป กิจกรรมที่อาจารย์นำมาให้ทำมีประโยชน์กับเด็กมากๆ 
  • เพื่อน 99 % : ตั้งใจเรียน จดบันทึก ที่อาจารย์ได้สอน
  • อาจารย์ 100 % : มีความตั้งใจในการสอนทุกครั้ง ยกตัวอย่างให้นักศึกษาเข้าใจได้ง่าย

วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2558

ครั้งที่ 10
วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2558
เวลาเรียน 12.20 - 15.50 น.
กิจกรรมก่อนเรียน
ให้นักศึกษาดูรูปดังต่อไปนี้ ว่ากำลังไปเที่ยวทุ่งหญ้าสะวันนา (แบบทดสอบจิตวิทยาแสดงความเป็นตัวตน)
ขณะที่นั่งรถชมวิวอยู่นั้น อากาศทั้งร้อนและอบอ้าวมาก 

สายตาของท่านก็เหลือบไปเห็นฝูงสิงโตกำลังลุมกินยีราฟอยู่
ท่านจะรู้สึกและเป็นอย่างไร


ซึ่งคำตอบที่ท่านตอบนั้น : เป็นการปลดปล่อยทางอารมณ์ในการดูหนังโป๊ หรือสื่อต่างๆ

...โทรทัศน์ครู...


  • สิ่งที่ได้รับจากโทรทัศน์ครู ของ โรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยภูมิ
ในการทำกิจกรรมโยนบอล กิจกรรมลูกลิง โดยประกอบเพลง เมื่อเด็กรู้จังหวะและดนตรีค่อยนำเนื้อเพลงเข้ามาต้องเป็นเนื้อเพลงที่ง่าย เด็กจะเกิดทักษะการฟังที่ดี รู้จักการรอคอย มีจิตใจที่ดี มั่นใจในตนเองมากขึ้น การทรงตัวได้ด้วยตนเอง **ครูอย่าดูถูกเด็ก ว่าเด็กไม่สามารถทำได้**

ความรู้ที่ได้รับ
การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ
ทักษะทางภาษา
- ร้องเพลง
- นิทาน
- สื่อ ต่างๆ
การวัดความสามารถทางภาษา
- เข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูดไหม
- ตอบสนองเมื่อมีคนพูดด้วยไหม
- ถามหาสิ่งต่างๆไหม
- บอกเล่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นไหม
- ใช้คำศัพท์ของตัวเองกับเด็กคนอื่นไหม
การออกเสียงผิด/พูดไม่ชัด
- การพูดตกหล่อ 
  เช่น ลูกโป่ง = โป่ง
         ลูกอม = อม
         กระเป๋า = เป๋า
- การใช้เสียงหนึ่งแทนอีกเสียง คือ การพูดเสียงที่ขึ้นจมูก
- ติดอ่าง ซึ่งเด็กเล็กๆที่พูดติดอ่างนั้น น้องไม่ได้มีความผิดปกติแต่อย่างใด แต่เป็นพัฒนาการของเด็กในช่วงวัยนี้
การปฏิบัติของครูและผู้ใหญ่
- ไม่สนใจการพูดซ้ำหรือการออกเสียงไม่ชัด
   - ครูควรแก้ไขให้ถูกต้อง ไม่ต้องตอกย้ำเด็ก 
- ห้ามบอกเด็กว่า "พูดช้าๆ" "ตามสบาย" "คิดก่อนพูด"
   - สำคัญ โดยน้องที่มีสมาธิสั้นเวลาพูดลิ้นจะรัว ฟังไม่ค่อยอ่าน 
- อย่าขัดจังหวะขณะเด็กพูด
   - ครูควรปล่อยให้เด็กพูดให่จบก่อนแล้วค่อยเสริมทีหลัง 
- อย่าเปลี่ยนการใช้มือข้างที่ถนัดของเด็ก
   - ครูควรปล่อยให้เด็กใช้มือข้างที่ถนัดไป 
- ไม่เปรียบเทียบการพูดของเด็กกับเด็กคนอื่น
   - ครูไม่ควรทำเด็กขาดโดยเฉพาะห้องเรียนรวม 
-เด็กที่พูดไม่ชัดอาจเกี่ยวข้องกับการได้ยิน 
   - การที่เด็กพูดเสียงขึ้นจมูก อู้อี้ บางครั้งเด็กหูไม่ได้ยิน
ทักษะพื้นฐานทางภาษา
- ทักษะการรับรู้ทางภาษา
- การแสดงออกทางภาษา
- การสื่อความหมายโดยไม่ใช้คำพูด
พฤติกรรมตอบสนองการแสดงออกทางภาษา

ความรับผิดชอบของครูปฐมวัย
- การรับรู้ภาษามาก่อนการแสดงออกทางภาษา
- ภาษาที่ไม่ใช่คำพูดมาก่อนภาษาพูด
- ให้เวลาเด็กได้พูด
- คอยให้เด็กตอบ ( ชี้แนะหากจำเป็น )
- เป็นผู้ฟังที่ดีและโต้ตอบอย่างฉับไว ( ครูไม่พูดมากเกินไป )
- เด็กไม่ได้เรียนรู้ภาษาจากการฟังเพียงอย่างเดียว
- ให้เด็กทำกิจกรรมกลุ่ม เด็กพิเศษได้มีแบบอย่างจากเพื่อน
- กระตุ้นให้เด็กบอกความต้องการของตนเอง ( ครูไม่คาดการณ์ล่วงหน้า )
- เน้นวิธีการสื่อความหมายมากกว่าการพูด
- ใช้คำถามปลายเปิด
- เด็กพิเศษรับรู้มากเท่าไหร่ ยิ่งพูดได้มากเท่านั้น
- ร่วมกิจกรรมกับเด็ก
การสอนตามเหตุการณ์ ( Incidental Teaching )

ตัวอย่าง เด็กติดกระดุมเสื้อไม่ได้ เด็กต้องการความช่วยเหลือ ครูควรทำอย่างไร ดังรูป
- ครูเข้าไปใกล้ๆเด็กให้เด็กเป็นคนขอร้องครู **ครูอย่าคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าเอง**
- การบอกบทเด็ก โดยที่ครูต้องพูดซ้ำ ๆ ทวนบ่อย ๆ ให้เด็กได้รู้และอย่าไปคาดหวังว่าเด็กจะพูดได้ทันที
กิจกรรมบำบัดเด็ก ดนตรีและศิลปะบำบัด ( กิจกรรมหลังเรียน )
ให้นักศึกษาจับคู่กัน 2 คน โดยที่ทั้งสองจะต้องลากเส้นตรงทั้งคู่ คุณครูจะเปิดเพลงคลอเบาๆในขณะที่เด็กทำกิจกรรม


ผลงานของนักศึกษา 


งานชิ้นที่ 1 : ดูเรียบง่าย ไม่ค่อยมีความซับซ้อน เป็นคนไม่มีความลับ


งานชิ้นที่ 2 : มีลักษณะคล้ายเด็กออทิสติก มีความยุ่ง วุ่นวาย ในหัวคิดสิ่งต่างๆตลอด


งานชิ้นที่ 3 : มีมิติ มีอะไรที่หลากหลาย 


งานชิ้นที่ 4 : มีความยุ่ง วุ่นวาย เกิดความสับสนในหัวคิดอะไรตลอดเวลา ไม่มีความชัดเจน


งานชิ้นที่ 5 : เป็นคนร่าเริง สนุกสนาน เรียบร้อย


งานชิ้นที่ 6 : มีความชัดเจน กล้าแสดงออก สนุกสนาน


งานชิ้นที่ 7 : ดูง่ายๆ เรียบร้อย มีความชัดเจน ตรงไปตรงมา


งานชิ้นที่ 8 : มีความมั่นใจในตนเอง สนุกสนาน


งานชิ้นที่ 9 : เป็นคนที่ชัดเจน มั่นใจ ร่าเริง มีความซับซ้อน 


งานชิ้นที่ 10 : การที่ระบายสีเต็มแผ่นกระดาษ เป็นเด็กที่มั่นใจในตนเอง กล้าลงมือทำ


งานชิ้นที่ 11 : ดูเรียบง่าย สบายๆ 


งานชิ้นที่ 12 : มีความชัดเจน ดูเรียบๆ ร่าเริง


งานชิ้นที่ 13 : เป็นคนเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน อะไรก็ได้


งานชิ้นที่ 14 : มีความลึกลับ มั่นใจ

สิ่งที่เด็กได้รับจากกิจกรรม
- เพื่อฝึกสมาธิ
- มีมิติสัมพันธ์
- การแสดงออกทางผลงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นลายเส้น สี รูปทรง สัญลักษณ์ อารมณ์ ความหมาย ที่สื่อออก
- ด้านภาษา
- ความคิดสร้างสรรค์ 
การนำไปประยุกต์ใช้

  1. ศิลปะเป็นเครื่องมือสำคัญ เพื่อช่วยเหลือบุคคลที่มีปัญหาด้านอารมณ์และจิตใจ
  2. ศิลปะบำบัด มีประโยชน์ในด้านการพัฒนาอารมณ์ สติปัญญา สมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงการช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก และการประสานงานการเคลื่อนไหวของร่างกาย
การประเมินการเรียนการสอน
  • ตนเอง 100% : วันนี้สนุกสนานมาก ไม่ค่อยเหนื่อย ช่วงทำกิจกรรมบำบัดรู้สึกตอนลากเส้นมาก แต่พอมาระบายสีตรงที่เป็นช่อง รู้สึกเซ็งมากเพราะช่องเยอะ แต่ก็ทำจนเสร็จเรียบร้อย วันนี้ร้องเพลงยังไม่ค่อยดี มีเพี้ยน เนื้อเพลงไม่ค่อยเร้าใจ เป็นจังหวะเนิบๆ ช้าๆ
  • เพื่อน 100 % : ทุกคนร่าเริง เตรียมพร้อมตั้งใจเรียน ทำและลงมือปฏิบัติกิจกรรมอย่างมุ่งมั่น เพื่อนสนุก เพื่อนร้องเพลงเพี้ยนบ้าง 
  • อาจารย์ 100% : มียกตัวอย่างเด็กพิเศษทุกครั้งเพื่อให้นักศึกษาเข้าใจง่าย กับเนื้อหาการเรียน